การเกิด การสลาย และการเปลี่ยนแปลงของหยินหยาง

Posted on มิถุนายน 24, 2015 By

การเกิด การสลายของ หยินหยาง ในร่างกาย หมายถึง ภาวการณ์เกิดขึ้นและสลายของทั้งสองฝ่ายสัมพันธ์กัน

การที่ร่างกายสามารถคงสภาพปกติที่สามารถทำหน้าที่ต่างๆ เช่นมีการสร้างเนื้อเหยื่อใหม่ขึ้นแทนเนื้อเหยื่อเก่าที่ทรุดโทรมตายไปตลอดเวลานั้นก็เป็นปรากฏการณ์แบบเดียวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติของ ดิน ฟ้า อากาศ

การที่อวัยวะแต่ละอวัยวะของร่างกายสามารถทำหน้าที่ได้ (หยาง) ต้องอาศัยสารที่จำเป็นเป็นแหล่งพลังงาน (หยิน) นั้นคือหยางเกิดขึ้นจากการแปลเปลี่ยนหรือหมดไปของหยิน และร่างกายจะสามารถสร้างสารจำเป็น(หยิน)ขึ้นจากอาหารที่เรากินเข้าไปได้ ก็ต้องอาศัยความสามารถของอวัยวะต่างๆที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ย่อยและดูดซึม (หยาง) ในสภาวะปกติการเกิดและการสลายของหยิน-หยางอยู่ในสภาวะสมดุล และดำเนินติดต่อเป็นวัฏจักรอยู่ตลอดเวลา เมื่อใดก็ตามที่สภาวะใดสถาวหนึ่งเกิดขึ้นแล้วทำให้การเกิดและการสลายของ หยิน – หยาง ผิดปกติ หยิน-หยาง จะเสียสมดุล เป็นเหตุให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้น หากหยางมีกำลังมากเกินไปจะทำให้หยินอ่อนกำลังลง และในทำนองเดียวกันถ้าหยินมากเกินไป ก็เป็นอุปสรรคขวางกั้นหยาง

สมุนไพรรักษาความสมดุลหยินหยาง

ในเงื่อนไขที่แน่นอน หยิน-หยาง สามารถแปรเปลี่ยนกลับกันได้ เช่น หยางมากเกินไปสามารถเปลี่ยนเป็นหยินได้ หรือ หยินมากเกินไปสามารถเปลี่ยนเป็นหยางได้

สภาพเช่นนี้พบได้บ่อยในทางปฏิบัติ เช่น โรคที่เกิดจากการร้อนเกินไปอย่างเฉียบพลัน เช่นปอดอักเสบจากการติดเชื้อตามทัศนะแพทย์แผนตะวันตก ทำให้อาการไข้สูง หงุดหงิด หน้าแดง เหงื่อออกมาก ปากแห้ง คอแห้ง กระหายน้ำ ไอมีเสมหะปนเลือด ท้องผูก เป็นต้น

ภาวะของพิษไข้และความร้อนสูงในร่างกายเป็นสาเหตุให้ร่างกายเป็นสาเหตุให้ร่างกายใช้พลังงานมากเกินปกติจนเกิดอาการตัวเย็น (อุณหภูมิของร่างกายลด)อย่างกะทันหัน มีอาการกระสับกระส่าย หน้าขาวซีด แขนขาวเย็น หายใจขัด ชีพจรเต้นเบา อาการดังกล่าวนี้เป็นอาการของความเย็นมากเกินไป นั่นคือ ร่างกายเปลี่ยนจากสภาพ หยาง (ร้อน)เป็นสภาพ หยิน (เย็น)

เมื่อร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงมาถึงขั้นนี้แล้วหากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องสามารถกลับสู่สภาวะปกติ คือ แขนขาค่อยอุ่นขึ้น หน้าไม่ซีด ชีพจรเต้นรงขึ้น สภาพ หยางของร่างกายค่อยๆกลับคืนสมดุล นี่คือสภาพร่างกายจากหยิน เป็น หยาง

จุดสำคัญบนร่างกาย

Uncategorized     , , ,


ความสัมพันธ์ระหว่าง หยินหยาง

Posted on มิถุนายน 19, 2015 By

หยินหยางไม่เพียงแต่แสดงออกในลักษณะที่ตรงกันข้ามภายในรูปกายเท่านั้น และนอกจากนี้ยังแสดงลักษณะที่เกี่ยวข้องมีควงามสัมพันธ์กันและทำหน้าที่พึ่งพากัน และ กันอันเป็นมูลฐานภายในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาของสิ่งต่างๆ เช่น พลังกับเลือด พลังเป็นหยาง เลือดเป็นหยิน

กงล้อหยินหยาง

พลังเป็นสิ่งที่ทำให้เลือดหมุนเวียนได้ เลือดก็เป็นสิ่งหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ คงหน้าที่ของตนไว้ อวัยวะจะมีพลังได้ต้องอาศัยเลือดมาหล่อเลี้ยง

ในขณะเดียวกันพลังก็ทำหน้าที่ควบคุมให้การหมุนเวียนของเหลือดเป็นไปได้อย่างปกติดังนั้นผู้ที่มีพลังพร่อง เช้น หน้าตาซีดเซียว ไม่มีเลือดฝาด ลิ้นขาวซีดร่วมด้วย

ในการรักษา นอกจากจะเพิ่มเติมพลังให้แกร่งขึ้นยังต้องบำรุงเลือดด้วยไปพร้อมๆกัน

ในกรณีกลับกัน ถ้าเลือดพร่อง สีหน้าจะขาวซีด ริมฝีปากซีด เวียนศีรษะ

นอกจากนี้อาจมีอาการพลังพร่อง เช่น ใจสั่น หายใจตื้นเร็ว ไม่มีเรี่ยวแรง เหงื่อออกมากร่วมด้วย ในการบำรุงรักษาอาจต้องใช้การบำรุงเลือด และเสริมพลังให้แกร่งขึ้น

ตัวอย่างอีกอันหนึ่งคือ การสร้างสารจำเป็น สารอาหารในการย่อยอาหารที่กินเข้าไปให้กลายเป็นสารจำเป็น ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้เป็นหยาง

กระบวนการที่จะทำให้อาหารกลายเป็นสารอาหารที่จำเป็นที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ต่อได้ ต้องอาศัยสมรรถภาพที่ปกติของกระเพราะอาหารและม้าม  สมรรถภาพนี้เป็นหยาง และการที่กระเพาะอาหารและม้ามสามารถมีสมรรถภาพที่ปกติแล้วต้องอาศัยสารจำพวก สารที่เป็นหยิน มาบำรุงอย่างสม่ำเสมอหากสารอาหารที่จำเป็นขาดไป อวัยวะต่างๆจะไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์และแข็งแกร่ง ทำให้สามารถช่วยย่อยอาหารจำเป็นบกพร่องไปด้วย จึงเห็นด้วยว่าสารจำเป็นเป็นตัวหล่อเลี้ยงอวัยวะให้สามารถทำงานได้ ขณะเดียวกันความสามารถในการหน้าที่ได้อย่างปกติของอวัยวะที่เป็นข้อมูลสาย

วัฐจักรหยินหยาง

Uncategorized     , ,


หยินหยางเบี้องต้น

Posted on มิถุนายน 14, 2015 By

หยินหยาง เป็นทฤษฎีพื้นฐานทางการแพทย์ของจีนที่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนจำนวนมาก ที่อาศัยคุณสมบัติ  หยินหยาง มาใช้ในการอธิบายร่างกายมนุษย์ โดย หยิน หมายถึงเย็น หรือที่ร่ม ส่วน หยาง หมายถึงร้อน หรือที่แจ้ง

หยินหยาง เป็นด้านของสรรพสิ่งที่ตรงกันข้าม ด้านทั้งสองนี้จะต่อต้านกัน ขณะเดียวกันก็ควบคุมและเป็นเอกภาพแก่กัน สรรพสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในจักรวาลล้วนเป็น หยินหยาง ทั้งสิ้น หยินหยางเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันตลอดเวลา และการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นตัวกำหนดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติทั้งหมด รวมทั้งการเจริญเติบโตและการปลี่ยนแปลงของชีวิตมนุษย์

หยิน-หยาง

โดยทั่วไป หยาง หมายถึง ดวงอาทิตย์ ฟ้า หลางวัน ไฟ ความร้อน ความแห้ง ความสว่าง บวก ฯลฯ

หยิน หมายถึง หมายถึง ดวงจันทร์ ดิน กลางคืน น้ำ ความเย็น ความชทื้อ และความมืด ลบ

ลักษณะของ หยิน-หยาง

หยาง มีแนวโน้มที่จะแผ่ออก ไหลขึ้นบน  และ ออกด้านนอก

หยิน มีแนวโน้มที่จะหดตัว ไหลลงเบื้องล่าง และ เข้าภายใน

หยาง  เป็นความเคลื่อนไหวหมายถึง ชีวิต

หยิน เป็นความหยุกนิ่ง หมายถึง ความตาย

แต่ในความหมายที่ขัดแย้งและต่างต่อต้านกันของหยินหยาง แต่ไม่ได้หมายถวามว่า หยางมีสภาพที่เป็นบวกจะดีเสมอไป ในขณะที่หยิน ซึ่งมีสภาพลบจะต้องชั่วเสมอไปด้วยเช่นกัน เพราะสิ่งที่อยู่ภายในโลกนิ้หรือในจักรวาลจะคงสภาพปกติได้ต้องอาศัยความสมดุลของคุณสมบัติที่แตกต่างและขัดแย้งกันของหยินและหยาง

หากปริมาณตัวใดตัวหนึ่งลดลงหรือมีค่าไม่เท่ากันสภาพที่ปกติจะมีการแปรปวน นอกจากนี้ หยินหยางม่ได้ประกอบหรืออยู่ในอัตราส่วนที่เท่ากันหรือไม่ได้นิ่งตายตัว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน

ลักษณะทั่วไปของหยินหยาง

ลักษณะพื้นฐานที่ทางแพทย์จีนนำมาใช้ มี 5 ประการคือ

  1. หยินหยาง เป็นสมบัติ สองด้านที่ขัดแย้งกันในร่างการ
  2. หยินหยางสามารถแบ่งได้แต่แยกไม่ได้ สรรพสิ่งสามารถแบ่งเป็นยอนหย่างได้อย่างไม่มีที่สินสุด แต่แยกจากกันไม่ได้
  3. หยินหยางต่างพึ่งพาอาศัยกันและทำให้เกิดซึ่งกันและกัน
  4. หยินหยางมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงซึ่งกันและกันได้
  5. หยินหยาง ต่างควรคุมซึ่งกันและกัน

ปัจจุบันหารปพทย์แผนจีนที่ใช้หยินหยางมาอธิบายปรากฏการที่ตรงข้ามและเป็นการเพทย์หญ่งจากทั่วทุดมุมโลก

การตรวจโรคแบบหยินหบาง

Uncategorized     , ,


โครงสร้างของดิน

Posted on มิถุนายน 5, 2015 By

โครงสร้างของดิน เป็นสมบัติทางกายภาพอีกอย่างหนึ่งของดิน ที่เกิดจากการจัดเรียงตัวของอนุภาคดินที่มีขนาดรูปร่างที่แตกต่างกันออกไป มาเกาะรวมกันด้วยแรงดึงดูดระหว่างกันหรือโดยสายเชื่อม จึงทำให้มีการเรียงตัวของอนุภาคดินปรากฏออกมาได้โครงสร้างที่แตกต่างกันออกไป โดยทั่วๆไปโครงสร้างของดินมักจะไม่เสถียรหรือไม่คงที่ และย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามอิทธิพลได้ได้รับจากภายนอก  เช่น การใส่อินทรียวัตถุ การใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร การจัดการดิน การทำเทือก การเตรียมดิน เป็นต้น

ประเภทของโครงสร้างดิน

สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 พวกใหญ่ๆ ดังนี้

  1. พวกที่ไม่มีโครงสร้าง ส่วนใหญ่อนุภาคดินจะอยู่โดดๆ หรือเกาะยึดกันอยู่ด้วยแรงที่เท่ากันทุกทางงเช่น
    • Single grain คืออนุภาคของดินแต่อนุภาคไม่ยึดติดกัน
    • Massive คืออนุภาคของดินจะเกาะยุดกันด้วยแรงที่ใกล้เคียงกันทุกทิศทาง
  2. พวกที่มีโครงสร้างโดยอาศัยการจำแนกโครงสร้างดินจากรูปทรงต่างๆ เช่น
    • Granular เป็นโครงสร้างของดินที่เหมาะสมกับการปลูกพืชได้เป็นบางประเทศ แต่มีข้อจำกัดอยู่ที่รูปทรงที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอ และความร่วนซุ่ยของดินไม่ค่อยดี
    • Crumb เป็นลักษณะโครงสร้างของดินที่เหมาะสมกับการปลูกพืชทุกชนิด
    • Platy เป็นแผ่นตามแนวราบอัดกันค่อนข้างหนามาก เนื่องมาจากมีส่วนผสมของแร่ไมก้า สะสมอยู่ในดินจำนวนมาก
    • Block โครงสร้างเป็นกล่องสี่เหลี่ยมคล้ายลูกเต๋า สามารถบีบแตกได้ง่าย
    • Prismatic โครงสร้างของดินจะมีรูปทรงเป็นแท่ง
  3. พวกที่โครงสร้างถูกทำลาย ส่วนใหญ่จะเป็นโครงสร้างของดินที่ได้รับผลกระทบกระเทือนจากการเตรียมดิน โดยเป็นการทำลายโครงสร้างที่มีอยู่เดิมให้เปลี่ยนไป

ตัวอย่างหน้าดินอย่างดี
ตัวอย่างดินปลูกต้นไม้

Uncategorized     , ,


การกำเนิดดิน ตัวแปรสำคัญที่เกี่ยวข้อง

Posted on พฤษภาคม 27, 2015 By

ขบวนการต่างๆที่ทำให้เกิดดินมีมากมายหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ขบวนการย่อยสลาย ขบวนการสร้างดิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ยากที่จะสังเกตุ และ ทำการศึกษา

ปัจจัยที่ควบคุมการกำเนินของดิน

นักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์ ได้แสดงออกมาในรูปแบบของสมการระหว่างความสัมพันธ์ของดินกับปัจจัยต่างๆที่ทำให้เกิดดิน

ซึ่งจะได้การแทนที่สมการเป็น   S= f ( c , o , r , p , t )

S = ตัวแทนของดิน

f = องค์ประกอบ

c = ภูมิอากาศ

o = สิ่งมีชีวิตทั้งพืช และสัตว์

r = ภูมิประเทศ

p = วัตถุต้นกำเนินดิน

t = เวลา

ซึ่งเมื่อนำมาเขียนแสดงในรูปแบบรูปภาพจะได้ดังภาพด้านล่าง

1. ภูมิอากาศ : เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเกิดของดินที่สามารถทำให้ดินมีลักษณะแตกต่างกันไปได้  อาทิเช่น ปริมาณน้ำฝน และ ภูมิอากาศที่มีบทบาทต่อการสลายตัวต่อหินแร่ทางด้านเคมีและกายภาพและอื่นๆ

2. สิ่งมีชีวิต: สิ่งหมายถึงพืชและสัตว์ชั้นสูง ตลอดจนจุลินทรีย์ในดินด้วย

3. ลักษณะภูมิประเทศ :เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเกิดชั้นหน้าตัดของดิน และการชะล้างพังทลายของหน้าดิน

4. วัตถุต้นกำเนินดิน :ซึ่งได้แก่ หินและแร่ต่างๆ ที่ผ่านขบวนการทำลายหรือย่อยสลายมาเป็นเวลานานจนกลายเป็นดินที่มีโคลงสร้างของดิน

นอกจากนี้สามารถแบ่งวัตุต้นกำเนินของดินออกได้เป็นอีก 2 พวก คือ

  1. พวกที่สลายตัวแล้วอยู่กับที่ ได้แก่หินชนิดต่างๆ
  2. พวกที่สลายตัวแล้วถูกถูกอิทธิพลของน้ำ ลม พัดพาตะกอนไปทับถมที่อื่นๆ

5. เวลาในการพัฒนาชั้นดิน เวลาจัดเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ซึ่งจะพบว่าดินที่มีอายุมาก หรือวัตถุต้นกำเนินดิน ที่มีการพัฒนามาเป็น ล้านปี ย่อมจะมีชั้นดินที่อุดมสมบูรณ์มากกว่าดินที่มีอายุน้อย

 

ปัจจัยหลักของการกำเนินดิน มี 5 ข้อหลักตามที่ได้กล่าวไปเบื้องต้น หวังว่าความรู้เบื้องต้นจะสามารถเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ทำให้ท่านได้รู้จักคำว่า “ดิน” ได้บ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการที่จะดำเนินการหรือทำกิจกรรมใดๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดิน

โครงสร้างการกำเนิดดิน

Uncategorized     , ,